การเรียนดนตรีเครื่องสายส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างไร

ในโรงเรียนวอลดอร์ฟ เด็ก ๆ จะได้เรียนดนตรีเครื่องสายในช่วงวัย 9-10 ขวบ หรือในช่วงประมาณชั้น ป.3 เทอม 2 ซึ่งช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยที่เด็กกำลังเปลี่ยนผ่านจากวัยปฐมวัยที่อยู่ในภาวะกึ่งฝัน ลงมาสู่โลกอย่างเต็มที่มากขึ้น

การได้เล่นดนตรีเครื่องสายทำให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์ที่รับรู้ว่าตนเองนั้นเป็นตัวของตัวเองและแตกต่าง จากคนอื่น นอกจากนั้น เด็ก ๆ จะมีโอกาสเชื่อมโยงตนเองในฐานะมนุษย์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ทั้งกว้าง และลึกผ่านการเรียนดนตรีในกลุ่มเครื่องสาย

เสียงที่เกิดจากดนตรีในตระกูลเครื่องสายมีความเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับหัวใจและเขตแดนของอารมณ์ความรู้สึก แม้ว่าเครื่องดนตรีส่วนใหญ่ต่างก็เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึก แต่เสียงของเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย มักจะเป็นเสียงที่ดึงอารมณ์ความรู้สึกออกมาจากหัวใจได้ เช่นเสียงไวโอลินบรรเลงท่วงทำนองแหลมสูงในซิมโฟนี ของบราห์มอาจทำให้หลายคนรู้สึกถึงความกดดันของบทเพลง หรือเสียงทุ้มต่ำจากเชลโลให้ความรู้สึกโศกเศร้า ที่เรามักจะได้ยินในฉากสะเทือนใจของภาพยนตร์

เสียงที่เกิดจากการดึงคันชักผ่านสายในเครื่องดนตรีตระกูลเครื่องสายนั้นสะท้อนกังวานไปกับหัวใจของมนุษย์ เมื่อบรรเลงออกมาอย่างใส่ใจ เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายสามารถสร้างเสียงที่มีลักษณะคล้ายเสียงของมนุษย์ เสียงที่สะท้อนภาวะภายในดวงจิตของมนุษย์ออกมา

รูดอล์ฟ สไตเนอร์ กล่าวถึงกายมนุษย์ที่ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ หัว หัวใจ และแขนขา ที่ทำให้มนุษย์มีคุณสมบัติในการคิด การรู้สึก และการลงมือทำ

ในทัศนะของสไตเนอร์ ดนตรีในกลุ่มเครื่องสายมีความเชื่อมโยงกับพัฒนาการทางด้านอารมณ์ความรู้สึกอย่างมาก ในห้วงขณะที่คันชักสร้างเสียงขึ้น จะเกิดการเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับชีวิตความรู้สึก ซึ่งสอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กในวัย 9 ขวบ ช่วงวัยที่เต็มไปด้วยขอบเขตของอารมณ์ความรู้สึกที่ทั้งกว้างและลึก เครื่องดนตรีกลุ่มเครื่องสายช่วยให้เด็ก ๆ ได้ขยายขอบเขตของความรู้สึก และช่วยเป็นช่องทางให้เด็ก ๆ ได้สื่อสารความรู้สึกนั้นออกมา