’คณิตศาสตร์เชิงคุณภาพ‘ ’เลขกับการเคลื่อนไหว‘
คณิตศาสตร์ในเด็กเล็กนั้น เราจะนำพาเด็ก ๆ เข้าสู่ความเข้าใจและพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ผ่านกิจกรรม และกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวพันกับชีวิตของเด็กอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงตัวเลข ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ การเรียนการสอนในเด็กเล็กจึงต้องเชื่อมโยงกับสถานการณ์จริงในชีวิตให้มากที่สุด ไม่ใช่เรียนรู้ผ่านการคิดคำนวณเชิงนามธรรมเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กจะเรียนรู้และเข้าใจมโนทัศน์ (ความคิดรวบยอด) ทางคณิตศาสตร์ได้นั้นต้องเชื่อมโยงกับการสำนึกรู้และต้องใช้การเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อ เชื่อมโยงกับสิ่งนั้น การนำเสนอเนื้อหาต่าง ๆ ต้องมีความเป็นรูปธรรมมากที่สุด เพื่อให้เด็กสามารถเชื่อมโยง และทำความเข้าใจกับสิ่งนั้น ๆ ได้ ได้ลงมือทำ ได้รู้สึกกับสิ่งที่ทำ และนำไปสู่ความเข้าใจในที่สุด “จากแขนขา ผ่านใจ ไปสู่ศีรษะ” เพราะเด็กจะเข้าใจ มีความคิดที่กระจ่างแจ้งได้ เด็กต้อง “รู้สึก” กับสิ่งนั้น ๆ ด้วย
ประสบการณ์การเคลื่อนไหว การฝึกฝนการประสานงานระหว่างมือแขนขาและสายตา เป็นการให้การศึกษาแก่การรับรู้สัมผัส ทำให้สามารถเชื่อมโยงและเกิดเป็นความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเด็กได้เรียนรู้ที่จะเคลื่อนไหวอย่างเป็นจังหวะด้วยรูปแบบของตัวเลขที่หลากหลาย ก็จะช่วยพัฒนาความจำได้ดี เช่น การท่องสูตรคูณผ่านการเคลื่อนไหวที่เป็นจังหวะ การปรบมือ ส่งถุงถั่ว การก้าวย่าง การกระโดด

สิ่งที่สำคัญในเบื้องต้นของการแนะนำการคำนวณจะต้องเป็นรูปธรรม สามารถเห็นเป็นภาพให้มากที่สุด และเริ่มต้นจากองค์รวม (whole) ไปสู่ส่วนย่อย (parts) จะช่วยสร้างความเชื่อมโยงอย่างถูกต้องระหว่าง การคิดเชิงวิเคราะห์ กับการคิดเชิงสังเคราะห์
เราจึงเริ่มแนะนำตัวเลขด้วยเรื่อง “คุณภาพ” ของตัวเลข ให้แก่เด็กชั้นประถม 1 ก่อนที่จะไปสู่การนับเลขเชิงปริมาณ ที่ผ่านการเคลื่อนไหวร่างกาย ทั้งการเดิน ย่ำ กระโดด “นับ” เดินหน้าและถอยหลัง ด้วยร่างกายของเขาจริง ๆ เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจเชิงสติปัญญา เด็ก ๆ ที่โรงเรียนไตรพัฒน์จึงเรียนเลขอย่างสนุกสนานทั้งเนื้อทั้งตัว และหัวใจ ไม่ได้เรียนรู้ด้วยสมองเพียงอย่างเดียว
ชั้นประถม 3 เด็กลงมาสู่โลกอย่างเต็มตัวมากขึ้น เป็นช่วงวัยที่จะต้องสะท้อนความรู้สึกลึก ๆ ภายในของการแยกจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัว มีความจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจเนื้อหาต่าง ๆ ด้วยการใช้มือและร่างกายให้มากขึ้น เพื่อให้เขารู้สึกถึงความมั่นใจภายในว่าสามารถดำรงอยู่บนโลกได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการปลูกข้าว ปลูกพืชผัก การสร้างบ้านหรือสิ่งก่อสร้าง ซึ่งต้องมีพื้นฐานมาจากการเรียนรู้เรื่อง การวัด รวมไปถึงการชั่ง ตวงสิ่งของ และเวลา ทั้งหมดอยู่บนหลักการของการนำเสนออย่างเป็นรูปธรรม ได้ลงมือวัด ชั่ง ตวงกันจริง ๆ ไม่ใช่เพียงตัวเลขบนกระดาษเท่านั้น
เมื่อเด็กมีภาวะสำนึกในการแยกตัวมากขึ้นในชั้นประถม 4 จึงเป็นวัยที่จะสะท้อนภาวะภายในของเด็กด้วยการ แนะนำตัวเลขที่แตกออกของเศษส่วนที่ 1 สามารถแยกเป็นส่วนย่อย ๆ เมื่อเขารู้สึกถึงสภาวะการแยก ภายในด้วยตัวเอง ดังนั้นการที่จะเข้าใจแนวคิดหรือความคิดรวบยอดของเศษส่วนในชั้นนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่แปลกแยก สำหรับเขา แต่กระนั้นการนำเสนอก็ยังคงเป็นรูปธรรม จับต้องได้ ด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการตัด แบ่ง หั่นผลไม้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ หรือการได้เล่นกับดินกับทราย ได้สร้างปราสาทอาณาจักรเศษส่วนของตัวเองบนสนาม ตามจินตนาการ
